ราชกิจจานุเบกษาฯ เผยแพร่ ประกาศ กกต. แบ่งเขตเลือกตั้ง แล้วก็ปริมาณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 400 คน ทั่วทั้งประเทศ

ราชกิจจานุเบกษาฯ เผยแพร่ ประกาศ กกต. ปริมาณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 400 คน-แบ่งเขตเลือกตั้งทั้งประเทศ
ตอนวันที่ 31 เดือนมกราคม เว็บราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ปริมาณส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งแล้วก็เขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด สำหรับในการออกเสียง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่้วไปหนแรกตอนหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ปรับแก้เพิ่มเติมอีก (ฉบับที่ 1) พุทธศักราช2564 โดยระบุปริมาณพลเมืองทั่วราชอาณาจักรในวันที่ 31 เดือนธันวาคม 2565 มีปริมาณ 66,090,475 คน ปริมาณประชาชนโดยเฉลี่ย 165,226 คน ต่อผู้แทนราษฎรหนึ่งคน
และประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่อง การแบ่งเขตเลือกตั้งผู้แทนราษฎร พุทธศักราช2566 มีประโยชน์สำคัญ ดังต่อไปนี้ เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศปริมาณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่แต่ละจังหวัดจะควรมีรวมทั้งปริมาณเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัดแล้ว ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทำแบบอย่างการแบ่งเขตเลือกตั้งข้างใน 3 วัน โดยจะต้องแบ่งแยกพื้นที่ของเขตเลือกตั้งแต่ละเขตให้ต่อเนื่องกันและก็จะต้องจัดให้มีปริมาณพลเมืองในแต่ละเขตเลือกตั้งใกล้เคียงกันแล้วประกาศแบบอย่างการแบ่งเขตเลือกตั้งขั้นต่ำ 3 ต้นแบบ เพื่อฟังความเห็นของพรรคการเมืองและก็พลเมืองในจังหวัดตรงเวลา 10 วันนับจากวันติดประกาศ
โดยแต่ละแบบ มี 1.เนื้อหาเกี่ยวกับอำเภอ หรือตำบลเขตพื้นที่ที่อยู่ในเขตเลือกตั้งแต่ละเขต 2.ปริมาณพลเมืองแต่ละเขตเลือกตั้ง จากปริมาณเฉลี่ยประชาชนต่อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหนึ่งคนภายในจังหวัดนั้น ดังนี้ ผลต่างของปริมาณประชาชนในแต่ละเขตเลือกตั้งไม่สมควรเกินปริมาณร้อยละ 10 ของปริมาณเฉลี่ยต่อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหนึ่งคนภายในจังหวัดนั้น นอกจากเป็นกรณีมีความสำคัญเพื่อประชาชนในชุมชนเดียวกันหรือใกล้เคียงกันสามารถเดินทางได้สบาย

3.เหตุผลประกอบกิจการแนะนำการแบ่งเขตเลือกตั้ง 4.แผนที่แสดงรายการของพื้นที่ที่ประกอบเป็นเขตเลือกตั้งแต่ละเขตเลือกตั้ง ดังนี้ ให้ปิดประกาศไว้ในที่ทำการกกต.จังหวัด ศาลากลาง ที่ว่าการอำเภอ ที่ทำการเทศบาล ที่ทำงานหน่วยงานบริหารส่วนตำบล และก็ให้เผยแพร่ในเว็บของที่ทำการกกต.จังหวัดและก็โฆษณาผ่านสื่อจำพวกต่างๆ
แม้กระนั้น ด้านใน 3 วันนับจากวันจบช่วงเวลาการยอมรับฟังความเห็นของพรรคการเมืองและก็พลเมืองให้ ผู้อำนวยการกกต.จังหวัด นำความเห็นแล้วก็ข้อเสนอของพรรคการเมือง และก็พลเมืองในจังหวัดประกอบกิจการพิเคราะห์แนะนำการแบ่งเขตเลือกตั้งของจังหวัดแล้วเก็บสรุปมองเห็นและก็คำแนะนำของพรรคการเมืองแล้วก็สามัญชนในจังหวัดพร้อมผลของการตรึกตรองคำแนะนำการแบ่งเขตเลือกตั้งของจังหวัดขั้นต่ำ 3 แบบเรียงลำดับความเหมาะสม เสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งในวันต่อไป เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับแล้วรวมทั้งปฏิบัติงานแบ่งเขตเลือกตั้งแล้วให้ประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งในราชกิจจานุเบกษา
อย่างไรก็ดี เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการออกเสียงทั่วๆไปใช้บังคับ ให้ กกต.ประกาศระบุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตที่แต่ละจังหวัดควรมีและก็ปริมาณเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด